ไม้อบคืออะไร ทำไมโต๊ะไม้จริงถึงต้องผ่านการอบไม้ก่อนเสมอ

เวลาเลือกซื้อโต๊ะไม้จริง โดยเฉพาะโต๊ะไม้แผ่นเดียว คนส่วนใหญ่มักดูที่ชนิดไม้ ลายไม้ ความหนา หรือขนาดของแผ่นเป็นหลัก ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะเป็นสิ่งที่เห็นได้จากรูปถ่ายหรือตอนไปดูของจริงที่โชว์รูม
แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่มีทางเห็นจากรูป และเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อโต๊ะในระยะยาวมากกว่าที่คิด นั่นคือความชื้นที่ยังหลงเหลืออยู่ในเนื้อไม้
ไม้เป็นวัสดุที่ยังมีชีวิตในแบบของมันเอง ต่อให้ตัดออกจากต้นมานานแค่ไหน มันก็ยังคายและดูดความชื้นตามอากาศรอบตัวอยู่ดี ถ้าเอาไม้ที่ยังชื้นสูงมาทำโต๊ะทันที พอเวลาผ่านไปไม้ค่อย ๆ แห้งลงเอง รูปทรงของมันก็จะขยับตามไปด้วย
ปัญหาที่คนใช้โต๊ะไม้จริงเจอบ่อย ๆ ก็มาจากตรงนี้แหละ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นไม้หด หน้าโต๊ะโก่งหรือแอ่น ไม้บิดตัว เกิดรอยแตกตรงปลายหรือกลางแผ่น หรือรอยต่อ/จุดยึดขยับตำแหน่งหลังใช้ไปสักพัก
เพราะแบบนี้ ก่อนจะเอาไม้จริงมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ จึงต้องผ่านขั้นตอนที่เรียกว่า “การอบไม้” หรือ Kiln Drying กันก่อน
ไม้อบคืออะไรกันแน่

พูดง่าย ๆ ไม้อบคือไม้ที่ผ่านการลดความชื้นภายใต้สภาวะที่ควบคุมได้ ทั้งอุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ และการไหลเวียนของลม
จุดประสงค์ไม่ใช่ทำให้ไม้แห้งสนิท 100% แต่เป็นการดึงความชื้นออกให้อยู่ในระดับที่เหมาะกับการใช้งาน และที่สำคัญกว่านั้นคือทำให้การหดตัวครั้งใหญ่ของไม้เกิดขึ้น “ก่อน” ที่จะเอามันมาทำโต๊ะ ไม่ใช่มาเกิดทีหลัง
ไม้ที่เพิ่งเลื่อยออกจากต้นจะมีน้ำอยู่ในเนื้อไม้เยอะมาก พอน้ำค่อย ๆ ระเหยออก ขนาดของไม้ก็เปลี่ยนตามไปด้วยเป็นธรรมดา ถ้าทำโต๊ะเสร็จก่อนแล้วปล่อยให้กระบวนการนี้เกิดทีหลัง คนที่รับผลตรง ๆ ก็คือลูกค้าที่ซื้อไปใช้ที่บ้าน แต่ถ้าลดความชื้นและปล่อยให้ไม้ผ่านการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ไปก่อนเริ่มผลิต ทีมงานก็จะเลือก ตัด ไส และประกอบไม้ในสภาพที่ใกล้เคียงกับตอนใช้งานจริงมากที่สุด
ทำไมไม้ที่ยังไม่แห้งถึงมีโอกาสแตก บิด โก่ง
ลองนึกภาพไม้แผ่นหนึ่งที่ข้างในยังชื้นอยู่มาก พอเอามาวางในบ้านที่อากาศแห้งกว่า ความชื้นข้างในก็จะค่อย ๆ ซึมออกมา แต่ปัญหาคือไม้ไม่ได้หดตัวเท่ากันทุกทิศทาง แต่ละจุดของแผ่นไม้ก็แห้งเร็วช้าไม่เท่ากันด้วย ผิวนอกมักแห้งก่อนแกนใน บางจุดหดเร็วกว่าจุดอื่น แรงที่เกิดขึ้นจากความไม่เท่ากันตรงนี้แหละที่ทำให้ไม้โก่ง บิด หรือแตกได้
ยิ่งเป็นโต๊ะไม้แผ่นเดียวที่หน้ากว้างและหนามาก ๆ เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ เพราะเราใช้ไม้ทั้งชิ้นจริง ๆ ไม่ได้ตัดเป็นชิ้นเล็กแล้วต่อกันแบบที่ควบคุมการเคลื่อนตัวได้ง่ายกว่า

แล้วไม้อบแล้วจะไม่แตกไม่โก่งเลยไหม
ถ้ามีใครบอกว่าไม้อบแล้วไม่มีวันแตก อันนี้ควรฟังหูไว้หู
ไม้จริงยังตอบสนองต่อความชื้นในอากาศอยู่เสมอ ต่อให้อบมาดีแค่ไหนก็ตาม พอความชื้นรอบตัวเปลี่ยน ไม้ก็ยังรับหรือคายความชื้นและขยับตัวเล็กน้อยได้อยู่ดี การอบไม้ไม่ได้ทำให้ไม้หยุดเคลื่อนไหวตลอดกาล แต่มันช่วยลดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ควรเกิดก่อนผลิต และลดความเสี่ยงจากการเอาไม้ที่ยังเปียกเกินไปมาใช้
เพราะงั้นคำถามที่ควรถามจริง ๆ ไม่ใช่ “ไม้อบแล้วแตกไหม” แต่ควรเป็น “ไม้ถูกลดความชื้นมาในระดับที่เหมาะสมก่อนผลิตหรือเปล่า และคนทำเผื่อการเคลื่อนตัวตามธรรมชาติของไม้ไว้ในงานออกแบบด้วยหรือไม่” สองอย่างนี้ต้องไปด้วยกันเสมอ
ไม้อบ กับไม้ตากแดด ต่างกันตรงไหน
ไม้แห้งได้หลายทาง การตากไม้ตามธรรมชาติอาศัยอากาศรอบตัวค่อย ๆ ดึงความชื้นออก วิธีนี้ใช้ได้จริง แต่ความเร็วและระดับความชื้นสุดท้ายจะแล้วแต่สภาพอากาศ ระยะเวลาที่ตาก ความหนาของไม้ วิธีเรียงกอง และการระบายอากาศตอนนั้น ส่วนการอบไม้ใช้สภาวะที่ควบคุมได้มากกว่า ทำให้จัดการกระบวนการทั้งหมดเป็นระบบกว่า
สำหรับไม้หนาหรือแผ่นใหญ่ ประเด็นไม่ได้อยู่แค่ว่าผิวนอกดูแห้งหรือยัง แต่ต้องดูความชื้นที่ยังเหลืออยู่ข้างในด้วย ไม้บางแผ่นดูแห้งจากภายนอก แต่ข้างในยังชื้นกว่าที่ตาเห็นเยอะ พอเอาไปไสหรือทำสีต่อ ความชื้นข้างในก็ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงตามมาได้อยู่ดี
ก่อนซื้อโต๊ะไม้จริงครั้งหน้า ลองถามเพิ่มอีกนิด
เวลาจะซื้อโต๊ะไม้จริง โดยเฉพาะโต๊ะไม้จามจุรีหรือโต๊ะไม้แผ่นเดียว หลายคนถามแค่ “เป็นไม้แท้ไหม” หรือ “หนากี่นิ้ว” ซึ่งก็สำคัญ แต่ลองถามเพิ่มอีกคำถามเดียวว่า “ไม้แผ่นนี้ผ่านการทำให้แห้งก่อนผลิตหรือเปล่า” แล้วถ้าคุยกันได้ก็ถามต่อไปอีกว่าร้านตรวจความชื้นของไม้ยังไงก่อนเอามาทำโต๊ะ
เพราะไม้สองแผ่นที่เป็นไม้ชนิดเดียวกัน ขนาดเท่ากัน ดูคล้ายกันในรูป อาจมีพฤติกรรมหลังใช้งานต่างกันมาก ถ้าความชื้นข้างในไม่เท่ากันตั้งแต่แรก
จากประสบการณ์ทำโต๊ะไม้จามจุรีแผ่นเดียวที่ Blue Sea Wood

ที่ Blue Sea Wood เราทำโต๊ะไม้จามจุรีแผ่นเดียวเป็นงานหลัก และสิ่งหนึ่งที่เรียนรู้มาตลอดคือการจัดการความชื้นของไม้ต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนลงมือผลิต ไม่ใช่รอให้ทำโต๊ะเสร็จแล้วค่อยไปแก้ปัญหาทีหลัง
ไม้ทุกแผ่นจะผ่านการอบก่อนเข้าสู่ขั้นตอนผลิต จากนั้นทีมงานถึงจะเลือกแผ่น ตัด ไส ขัด ทำสี และประกอบตามแบบที่ลูกค้าต้องการ เหตุผลง่าย ๆ คือโต๊ะไม้แผ่นเดียวแต่ละตัวไม่เหมือนกันเลยสักตัว ลายไม้ ตำแหน่งแก่นกับกระพี้ รูปร่างของขอบธรรมชาติ ความกว้าง โครงสร้างข้างในไม้ ต่างกันหมดทุกแผ่น เราทำให้ไม้ธรรมชาติหยุดเคลื่อนตัวเองไม่ได้หรอก แต่สิ่งที่ทำได้คือลดปัจจัยที่ควบคุมได้ตั้งแต่ต้นทาง และความชื้นของไม้ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ต้องจัดการก่อนเริ่มทำโต๊ะทุกตัว
สรุปแล้วต้องเลือกไม้อบเท่านั้นไหม
สำหรับเฟอร์นิเจอร์ไม้จริงที่อยากใช้งานไปนาน ๆ โดยเฉพาะโต๊ะขนาดใหญ่ เราแนะนำให้ให้ความสำคัญกับเรื่องการทำไม้ให้แห้งก่อนผลิตจริงจัง ไม่ใช่เพราะ “ไม้อบ” เป็นคำการตลาดที่ทำให้ไม้ดีกว่าทุกอย่างไปเลย แต่เพราะเฟอร์นิเจอร์หนึ่งตัวควรถูกสร้างขึ้นหลังจากไม้ผ่านการเปลี่ยนแปลงจากการเสียความชื้นไปมากแล้ว มากกว่าจะปล่อยให้เรื่องนี้ไปเกิดทีหลังตอนโต๊ะอยู่ในบ้านลูกค้าแล้ว
ครั้งหน้าก่อนซื้อโต๊ะไม้จริง ลองเพิ่มคำถามนี้เข้าไปนอกจากเรื่องขนาด ราคา และชนิดไม้ดูสักคำถาม
“ไม้แผ่นนี้แห้งพอที่จะทำโต๊ะแล้วหรือยัง”
คำถามสั้น ๆ แค่นี้ อาจสำคัญกับอายุการใช้งานโต๊ะตัวนั้นมากกว่าสิ่งที่เห็นในรูปเสียอีก
กำลังมองหาโต๊ะไม้จามจุรีแผ่นเดียว?
โต๊ะไม้ของ Blue Sea Wood ผลิตจากไม้ที่ผ่านการอบก่อนนำมาผลิต
สามารถเลือกแผ่นไม้จริง ขนาดโต๊ะ รูปแบบขอบไม้ และรูปแบบขาได้ตามต้องการ
